ไทยพร้อมจัดการแข่งขันเรือใบนานาชาติ “เดอะเบย์รีกัตต้า” ฉลองปีที่ 29 ต้อนรับนักกีฬาเรือใบจาก 10 ประเทศ ลงแข่งบนเส้นทางสวยงามระดับโลก ชูท่องเที่ยว “ภูเก็ต-พังงา-กระบี่” ตั้งแต่ 18-22 กุมภาพันธ์นี้
รีกัตตา เอเชีย เผยความพร้อมจัดการแข่งขันเรือใบนานาชาติ เดอะเบย์รีกัตต้า ครั้งที่ 29 ระหว่างวันที่ 18 – 22 กุมภาพันธ์ 2569 ต้อนรับนักกีฬาเรือใบจากกว่า 10 ประเทศเข้าร่วมแข่งขัน โดยเป็นเพียงรายการเดียวในประเทศไทยที่ใช้รูปแบบ Passage Racing บนเส้นทางภูเก็ต พังงา และกระบี่ ที่มีทั้งความท้าทายและสวยงามเลื่องชื่อไปทั่วโลก โดยในปีนี้มีเรือยอชต์เข้าร่วมแข่งขันกว่า 30 ลำ ในหลากหลายรุ่น ตอกย้ำศักยภาพประเทศไทยในการจัดการแข่งขันเรือใบระดับนานาชาติที่ได้มาตรฐาน และส่งเสริมการท่องเที่ยวทางทะเลของไทยสู่สายตานานาชาติ
ตลอดเกือบ 3 ทศวรรษที่ผ่านมา จุดเด่นของเดอะเบย์รีกัตต้า คือ เส้นทางการแข่งขันอันสวยงามของท้องทะเลอันดามัน โดยในปีนี้ การแข่งขัน 4 วัน จะเริ่มต้นจากชายฝั่งอ่าวปอ จังหวัดภูเก็ต มุ่งหน้าสู่เกาะยาวใหญ่ ลัดเลาะผ่านทัศนียภาพอันตระการตาเลื่องชื่อทั่วโลกของอ่าวพังงา ไปจนถึงอ่าวนาง จังหวัดกระบี่ และกลับมาที่ภูเก็ต ซึ่งเป็นเส้นทางได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเส้นทางแข่งเรือที่สวยงามที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งท้าทายและสร้างความประทับใจให้กับนักกีฬาเรือใบนานาประเทศให้กลับมาแข่งขันเป็นประจำทุกปี
ในแต่ละวันการแข่งขันจะปิดท้ายด้วยการมอบรางวัลและกิจกรรมสังสรรค์ริมหาด สะท้อนบทบาทของเดอะเบย์รีกัตต้า ในการสนับสนุนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวท้องถิ่น การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และการต้อนรับอย่างอบอุ่นของคนไทย
“เดอะเบย์ รีกัตต้า เป็นมากกว่าการแข่งขัน นอกจากจะตอกย้ำถึงศักยภาพและมาตรฐานจัดการแข่งขันเรือใบของไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติแล้ว เรายังภูมิใจที่ได้มีส่วนช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวทางทะเลอย่างยั่งยืน ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภูเก็ต พังงา และกระบี่ ผ่านการมีส่วนร่วมของนักแล่นเรือใบจากหลากหลายประเทศมาตลอดเกือบ 30 ปี ในนามผู้จัดการแข่งขันขอขอบคุณหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่ให้การสนับสนุนมาโดยตลอด” อรวินทณี วัฒนา ผู้จัดงานเดอะเบย์ รีกัตต้า และผู้อำนวยการรีกัตต้าเอเชีย กล่าว
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของ เดอะเบย์รีกัตต้า ครั้งที่ 29 คือ การฉลองการเปิดอาคาร Capitainerie แห่งใหม่ของท่าเรือพอร์ตตะโกลา (Port Takola Marina) ในจังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขยายโครงการในระยะที่สอง โดยจะมีการจัดกิจกรรมสังสรรค์พิเศษเพื่อร่วมฉลองวาระสำคัญนี้ สะท้อนการเติบโตของธุรกิจและอุตสาหากรรมท่าจอดเรือมารีน่า และบทบาทของกระบี่ในฐานะอีกหนึ่งศูนย์กลางการแล่นเรือยอชต์ระดับนานาชาติ
