หลุยส์ เด ลา ฟวนเต กุนซือทีมชาติสเปน ประกาศอย่างมั่นใจว่าทีมของเขารู้สึกว่าไม่มีใครเอาชนะได้ หลังปราบเต็งแชมป์อย่าง ฝรั่งเศส มาได้ 2-0 พร้อมทะยานสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026
สเปน โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมในรอบรองชนะเลิศที่สนาม ดัลลัส สเตเดียม เมื่อวันอังคาร โดยได้ประตูจากจุดโทษของ มิเกล โอยาร์ซาบาล ในครึ่งแรก ก่อนที่ เปโดร ปอร์โร จะบวกประตูที่สองหลังพักครึ่ง พาทีมสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026
หลังจบเกม เด ลา ฟวนเต ส่งคำเตือนไปถึงคู่ชิงชนะเลิศ ไม่ว่าจะเป็น อาร์เจนตินา หรือ อังกฤษ โดยยืนยันว่าลูกทีมจะลงสนามที่นครนิวยอร์กในวันอาทิตย์ด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม หลังจากเอาชนะทีมเต็งแชมป์ก่อนทัวร์นาเมนต์ได้อย่างเหนือชั้น
“ตอนนี้เรารู้สึกว่าไม่มีใครเอาชนะเราได้” เด ลา ฟวนเต กล่าวในงานแถลงข่าว
“ฝรั่งเศสต้องเจอกับทีมที่ดีที่สุดในโลก และนั่นคือความได้เปรียบของเรา นักเตะชุดนี้สมควรได้รับทุกคำชื่นชม เพราะในทุก ๆ วัน พวกเขาแสดงให้เห็นถึงความทุ่มเท ความเสียสละ ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยม”
“มันเป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่ได้เห็นพวกเขาเล่นฟุตบอล วันนี้คือการแสดงที่ยอดเยี่ยม สิ่งที่ดูเหมือนยาก ทีมชุดนี้กลับทำให้มันดูง่าย”
ชัยชนะนัดนี้ยังทำให้ สเปน ไม่แพ้ใครติดต่อกัน 37 นัด เทียบสถิติสูงสุดของทีมชาติจากยุโรปในฟุตบอลชาย ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นของ อิตาลี ระหว่างปี 2018-2021
แม้ สเปน จะเริ่มต้นฟุตบอลโลกครั้งนี้ได้ไม่ดีนัก หลังทำได้เพียงเสมอ เคปเวิร์ด 0-0 ในเกมแรกของรอบแบ่งกลุ่มแบบพลิกความคาดหมาย แต่เมื่อเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ พวกเขากลับยกระดับผลงานอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเอาชนะ โปรตุเกส, เบลเยียม และฝรั่งเศส พร้อมเสียเพียง 1 ประตู ตลอดสามนัดดังกล่าว
เด ลา ฟวนเต กล่าวว่า ทีมของเขาค่อย ๆ พัฒนาฟอร์มการเล่นตามแผนที่วางไว้ และมาถึงจุดที่ดีที่สุดในช่วงเวลาสำคัญที่สุดของทัวร์นาเมนต์
“เรารู้ดีว่าเราต้องค่อย ๆ พัฒนาขึ้นทีละน้อย”
“แน่นอนว่าเราอยากชนะตั้งแต่นัดแรก แต่ทุกอย่างเป็นกระบวนการ เราวางแผนไว้แล้วว่าจะทำให้ทีมมีสภาพที่ดีที่สุดในช่วงเวลาสำคัญของการแข่งขัน และตอนนี้เรากำลังอยู่ในสภาพที่ยอดเยี่ยม รวมถึงยกระดับคุณภาพการเล่นขึ้นมาถึงจุดสูงสุดแล้ว”