ฟรังโก บาเรซี อดีตกองหลังระดับตำนานของ เอซี มิลาน และทีมชาติอิตาลี ชุดแชมป์ฟุตบอลโลก 1982 ได้เสียชีวิตลงแล้วด้วยวัย 66 ปี โดยสโมสร เอซี มิลาน ประกาศข่าวเศร้าเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แต่ไม่ได้เปิดเผยสาเหตุการเสียชีวิต
สโมสร เอซี มิลาน แถลงว่า ประวัติศาสตร์ทั้งหมดของเอซี มิลาน กำลังหลั่งน้ำตา พร้อมยกย่องบาเรซี ว่าเป็นบุคคลที่เปรียบเสมือนหัวใจและจิตวิญญาณของสโมสร และยืนยันว่าความเป็นแบบอย่างและความซื่อสัตย์ของเขา จะคงอยู่ในดีเอ็นเอของสโมสรตลอดไป เช่นเดียวกับเสื้อหมายเลข 6 อันเป็นสัญลักษณ์ของเขา
โดย บาเรซี เข้ารับการผ่าตัดเพื่อนำก้อนเนื้อที่ปอดออกเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2025 ก่อนเข้ารับการรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด โดยการปรากฏตัวต่อสาธารณะครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นในพิธีเปิดมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว มิลาน-คอร์ตินา เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งเขาร่วมกับ จูเซ็ปเป แบร์โกมี อดีตกองหลังอินเตอร์ มิลาน ถือคบเพลิงเข้าสู่สนามซาน ซิโร
บาเรซี ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในกองหลังที่ดีที่สุดตลอดกาล เขาเป็นนักเตะที่รับใช้สโมสรเดียวตลอดอาชีพค้าแข้ง โดยก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของ เอซี มิลาน ตั้งแต่อายุ 17 ปีในปี 1978 และเลือกอยู่กับทีมแม้จะตกชั้นสู่เซเรีย บี ในปี 1982 ก่อนจะช่วย อิตาลี คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกในปีเดียวกัน และได้รับปลอกแขนกัปตันทีมมิลาน เมื่ออายุเพียง 22 ปี
ตลอด 20 ปีในถิ่นซาน ซิโร บาเรซีลงสนามให้ “ปีศาจแดง-ดำ” มากกว่า 700 นัด พาทีมคว้าแชมป์ยูโรเปียนคัพและยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 3 สมัย, กัลโช เซเรีย อา 6 สมัย, อินเตอร์คอนติเนนตัล คัพ 2 สมัย, ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ 3 สมัย และอิตาเลียน ซูเปอร์คัพ 4 สมัย
ในนามทีมชาติอิตาลี นอกจากแชมป์โลกปี 1982 แล้ว บาเรซี ยังพาทีมเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 1994 แม้สุดท้ายจะพ่าย บราซิล ในการดวลจุดโทษ โดยบาเรซีเป็นหนึ่งในนักเตะอิตาลีที่ยิงพลาด
โดยปี 1989 บาเรซี ได้อันดับ 2 ในการโหวตรางวัลบัลลงดอร์ เป็นรองเพื่อนร่วมทีม มาร์โก ฟาน บาสเทน เพียงคนเดียว
หลังแขวนสตั๊ดในปี 1997 เอซี มิลาน ตัดสินใจรีไทร์เสื้อหมายเลข 6 เพื่อเป็นเกียรติแก่เขา นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอิตาลี ที่สโมสรรีไทร์หมายเลขเสื้อ และในปี 2020 บาเรซี่ ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานกิตติมศักดิ์ของสโมสร
เส้นทางลูกหนังของ ฟรังโก บาเรซี เกือบเป็นอีกแบบหนึ่ง เมื่อสมัยเยาวชนเคยไปทดสอบฝีเท้ากับ อินเตอร์ มิลาน แต่ถูกปฏิเสธ ขณะที่พี่ชาย จูเซ็ปเป บาเรซี ได้รับการเซ็นสัญญา ทำให้ ฟรังโก ย้ายไปอยู่ทีมเยาวชนของเอซี มิลาน ก่อนก้าวขึ้นเป็นตำนานของสโมสรคู่ปรับร่วมเมือง และภาพของสองพี่น้องที่เป็นกัปตันทีมแลกธงกันก่อนเกมดาร์บี้แห่งมิลาน กลายเป็นหนึ่งในภาพจำของวงการฟุตบอลช่วงปลายทศวรรษ 1980