เสียงนกหวีดสุดท้ายที่สนามแพท สเตเดียม ปิดฉาก ฟุตบอลเยาวชน 7 คน รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี รายการ “เมืองไทย มาดามคัพ 2025/26” อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมภาพรอยยิ้ม น้ำตา และความฝันของเด็กหนุ่มกว่า 153 ทีมจากทั่วประเทศไทย
แชมป์ปีนี้ตกเป็นของ โรงเรียนราชวินิตบางแก้ว ที่เฉือนชนะ โรงเรียนกีฬาเทศบาลนครปฐม ในการดวลจุดโทษ 3–2 หลังเสมอในเวลา 1–1 คว้าแชมป์สมัยแรกไปครอง พร้อมเงินรางวัล 300,000 บาท และถ้วยเกียรติยศจาก “มาดามแป้ง” และสิทธิ์ในการคว้าตั๋วชมฟุตบอล U17 ชิงแชมป์เอเชีย รอบสุดท้าย ที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย

แต่สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าผลแพ้ชนะ คือเส้นทางของรายการนี้ ที่เติบโตจากเวทีเล็ก ๆ ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ สู่ทัวร์นาเมนต์เยาวชนระดับประเทศที่มีเงินรางวัลและรางวัลพิเศษรวมมากกว่า 1 ล้านบาท
จุดเริ่มต้นของ “เมืองไทย มาดามคัพ” เกิดขึ้นในปี 2566 จากความตั้งใจของ นวลพรรณ ล่ำซำ หรือ “มาดามแป้ง” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) และนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ที่เชื่อมั่นว่า “รากฐาน” คือหัวใจของการพัฒนาฟุตบอลไทย

จากปีแรกที่มีเพียง 16 ทีมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ วันนี้รายการขยายเป็น 10 โซนทั่วประเทศไทย มี 153 ทีมเข้าร่วม ก่อนคัดเหลือ 24 ทีมสู่รอบสุดท้าย
ตัวเลขที่เพิ่มขึ้น ไม่ได้สะท้อนแค่ความนิยม แต่สะท้อนโอกาสที่ขยายวงกว้างขึ้นและการลดช่องว่างในการเข้าถึงรายการฟุตบอลสำหรับเยาวชนไทยในแต่ละภูมิภาค โดย 3 ปีที่ผ่านมา มีแชมป์หน้าใหม่แบบไม่ซ้ำ ได้แก่
- ปี 2023 รร.พีระยานาวินคลองหินวิทยา จ.ปัตตานี
- ปี 2023/24 รร.หมอนทองวิทยา จ.ฉะเชิงเทรา
- ปี 2024/25 รร.อัสสัมชัญ ศรีราชา จ.ชลบุรี
“ผลแพ้ชนะไม่สำคัญเท่ากับการที่ทุกคนมีพื้นที่พัฒนาตัวเอง” คือแนวคิดที่มาดามแป้งย้ำชัดตลอดเส้นทาง 4 ปีของรายการนี้
รอบชิงชนะเลิศที่สนาม แพท สเตเดียม ไม่ได้มีเพียงเสียงเชียร์จากผู้ปกครองและเพื่อนร่วมโรงเรียน แต่ยังมีบุคลากรระดับชาติร่วมชมเกม ทั้งแอนโธนี ฮัตสัน กุนซือทีมชาติไทยชุดใหญ่ , กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ โค้ชผู้รักษาประตูทีมชาติไทยชุดใหญ่ และ มาร์โค่ ก็อคเคล กุนซือทีมชาติไทย U17 รวมถึง นักเตะจากสโมสร การท่าเรือ เอฟซี ทั้งหมด ที่มาเพื่อร่วมให้กำลังใจ และ สร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนที่เต็มเปี่ยมด้วยไฟฝัน

เวทีนี้จึงอาจเป็นเหมือนสะพานเชื่อมต่อระหว่าง “ฟุตบอลโรงเรียน” กับ “ฟุตบอลอาชีพ”
ไฮไลต์สำคัญของรอบปีนี้ คือการเพิ่มเงินรางวัลรวมเกินกว่า 1,000,000 บาท และที่สำคัญยิ่งกว่า คือโอกาสของผู้เล่นทรงคุณค่า (MVP)
รางวัล MVP ตกเป็นของ “สุทธิพจน์ พรมศิลา” จาก รร.กีฬาเทศบาลนครนครปฐม ทีมรองแชมป์ในปีนี้ ซึ่งได้รับโอกาสเซ็นสัญญาอาชีพกับ การท่าเรือ เอฟซี พร้อมเดินทางไปฝึกฟุตบอล 2 สัปดาห์กับ อวิสป้า ฟุกุโอกะ สโมสรในศึกเจลีก 1 ประเทศญี่ปุ่น
จากสนาม 7 คนในเมืองไทย สู่สนามระดับเจลีก นี่คือภาพแทนของความฝันที่จับต้องได้
ไม่เพียงเท่านั้น ทีมอันดับ 1–3 ซึ่งได้แก่ รร.ราชวินิตบางแก้ว , รร.กีฬาเทศบาลนครนครปฐม และ รร.กาญจนาภิเษกวิทยาลัย กระบี่ ยังได้รับสิทธิ์เดินทางไปชมการแข่งขันของทีมชาติไทย U17 ในศึกชิงแชมป์เอเชีย 2026 รอบสุดท้าย ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย รวม 15 ที่นั่ง (รร.ละ 5 ที่นั่ง)
ประสบการณ์เช่นนี้ อาจเป็นจุดเปลี่ยนความคิดของเด็กคนหนึ่ง จากการเล่นเพื่อโรงเรียน สู่การมองเห็นเส้นทางทีมชาติในอนาคต

ตลอด 4 ปี “เมืองไทย มาดามคัพ” เติบโตจากโครงการเล็ก ๆ ในพื้นที่พิเศษ สู่เวทีฟุตบอลเยาวชนระดับประเทศที่มีระบบการแข่งขันครบวงจร มีพันธมิตรสนับสนุน มีแมวมอง มีเส้นทางต่อยอดชัดเจน
แชมป์ปีแรกของราชวินิตบางแก้วอาจถูกจารึกในสถิติ แต่สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าคือการจารึกโอกาสลงในหัวใจของเด็กกว่า 153 ทีม
และหากถามว่า “ฝันใหญ่” ของมาดามแป้งคืออะไร คำตอบอาจไม่ใช่เพียงการสร้างแชมป์ สร้างถ้วยมาเอาสนุก แต่คือการสร้างระบบที่ทำให้เด็กๆ ไทยเข้าถึงและเชื่อว่า ความฝันบนสนามฟุตบอล…ไปได้ไกลถึงญี่ปุ่น และไกลกว่าหากทุกคนได้รับโอกาส
สุดท้ายนี้ ต้องขอบคุณผู้สนับสนุนทุกราย สโมสรฟุตบอลพันธมิตรทุกสโมสร ผู้บริหารโรงเรียน คุณครู น้องๆ เยาวชน ผู้ปกครอง แฟนคลับของทุกโรงเรียน ทุกสนาม ที่ร่วมสร้างให้เมืองไทยมาดามเสร็จสมบูรณ์ในปีนี้ … ปีหน้าพบกันใหม่ ยิ่งใหญ่กว่าเดิมแน่นอน
