เลสเตอร์ ซิตี้ กำลังมองหาผู้ซื้อสโมสรด้วยมูลค่ามากกว่า 200 ล้านปอนด์ หลังกลุ่มทุน คิง เพาเวอร์ เจ้าของชาวไทยเตรียมยุติการถือครองสโมสรที่ยาวนานถึง 16 ปี
“จิ้งจอกสยาม” ได้ว่าจ้าง ซิตี้กรุ๊ป ธนาคารเพื่อการลงทุนชั้นนำของสหรัฐฯ จัดทำเอกสารนำเสนอการขายสโมสรจำนวน 8 หน้า ภายใต้ชื่อโครงการ “Project Lineup”
เอกสารดังกล่าวระบุทรัพย์สินที่อยู่ในข่ายการขาย ได้แก่ ทีมฟุตบอลชายและหญิงของเลสเตอร์, คิง เพาเวอร์ สเตเดียม ความจุ 32,000 ที่นั่ง รวมถึงศูนย์ฝึกซ้อม ซีเกรฟ ซึ่งเปิดใช้งานในปี 2020 และมีมูลค่าประเมินราว 121 ล้านปอนด์ นอกจากนี้ยังรวมถึง โอเอช ลูเวิน สโมสรจากเบลเยียมซึ่งอยู่ในเครือเดียวกัน
ซิตี้กรุ๊ป ระบุว่าทรัพย์สินทางกายภาพของสโมสรมีมูลค่ามากกว่า 200 ล้านปอนด์ แม้ไม่ได้ระบุตัวเลขราคาขายสำหรับทีมฟุตบอลที่กำลังประสบปัญหาโดยตรง
เอกสารพยายามชูจุดแข็งของเลสเตอร์ โดยเรียกการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ว่าเป็น “โอกาสที่หาได้ยากในการเป็นเจ้าของสโมสรที่มีประวัติยอดเยี่ยมในการเลื่อนชั้นสู่ลีกระดับสูง”
ความสำเร็จครั้งสำคัญของเลสเตอร์ถูกนำมาเน้นย้ำ ทั้งการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกแบบพลิกล็อกด้วยอัตราต่อรอง 5,000-1 ในปี 2016 และการคว้าแชมป์เอฟเอ คัพในปี 2021
อย่างไรก็ตาม เอกสารกลับไม่ได้กล่าวถึงสถานการณ์ปัจจุบันที่เลสเตอร์ตกลงมาเล่นใน ลีกวัน หลังตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกและแชมเปียนชิพติดต่อกัน
ด้านรายได้ ซิตี้กรุ๊ป คาดการณ์ว่าเลสเตอร์จะมีรายได้มากกว่า 97 ล้านปอนด์ในปีการเงิน 2026 แต่เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลขาดทุนสะสมและภาระหนี้ของสโมสร โดยบัญชีปี 2025 ระบุว่ามีเงินกู้จากธนาคารอยู่ถึง 103.6 ล้านปอนด์
ตลอดช่วงที่ เลสเตอร์ ต้องขึ้น ๆ ลง ๆ ระหว่างพรีเมียร์ลีกกับแชมเปียนชิพ สโมสรประสบภาวะขาดทุนมากกว่า 180 ล้านปอนด์ โดยตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกถึงสองครั้งภายในระยะเวลาเพียง 3 ปี ระหว่างปี 2023-2025
ทั้งนี้ กลุ่มคิง เพาเวอร์ เข้ามาเป็นเจ้าของ เลสเตอร์ ตั้งแต่ปี 2010 และมีส่วนสำคัญในการพาสโมสรสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในปี 2016 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ