“หงส์แดง” เนื้อหอม หลัง เจฟฟ์ เบโซส มหาเศรษฐี ผู้ก่อตั้ง Amazon ถูกโยงร่วมกลุ่มทุนซื้อหุ้นสโมสรลิเวอร์พูล
ก่อนหน้านี้เพียง 24 ชั่วโมง มีรายงานว่า กลุ่มนักลงทุนที่นำโดย อามิต บาห์เทีย นักธุรกิจมหาเศรษฐีชาวอังกฤษเชื้อสายอินเดีย แสดงความสนใจเข้าซื้อหุ้นบางส่วนของลิเวอร์พูล โดยเจ้าของสโมสรอย่าง Fenway Sports Group (FSG) ยืนยันว่า ได้รับการติดต่อจากกลุ่มทุนดังกล่าวเพื่อพูดคุยถึงความเป็นไปได้ในการเข้าถือหุ้นแบบ strategic minority investment หรือการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในสัดส่วนหุ้นส่วนน้อย
บาห์เทีย วัย 46 ปี ซึ่งเป็นบุตรเขยของ ลักษมี มิตตัล มหาเศรษฐีนักธุรกิจเหล็กชาวอินเดีย ที่เคยดำรงตำแหน่งประธานสโมสร ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส นานถึง 18 ปี ก่อนตัดสินใจขายหุ้นและถอนตัวจากสโมสรเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
การตัดสินใจครั้งนี้ถูกมองว่าอาจเป็นการเปิดทางให้ บาห์เทีย เป็นผู้นำกลุ่มนักลงทุน ซึ่งมีเป้าหมายเข้าซื้อหุ้นประมาณ 30% ของลิเวอร์พูล
รายงานล่าสุดระบุว่า กลุ่มทุนของ บาห์เทีย ได้ติดต่อ เจฟฟ์ เบโซส เพื่อสอบถามความเป็นไปได้ในการเข้าร่วมลงทุน อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวใกล้ชิดกับ บาห์เทีย ปฏิเสธที่จะยืนยันว่า เบโซส ได้รับการติดต่อแล้วหรือไม่ โดยระบุเพียงว่า กลุ่มทุนได้พูดคุยกับนักลงทุนที่มีศักยภาพหลายราย ขณะที่ FSG ก็ยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้
สำหรับ เบโซส เป็นหนึ่งในบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก หากการเจรจาสำเร็จ เขาอาจกลายเป็นอีกหนึ่งมหาเศรษฐีระดับโลกที่เข้ามามีบทบาทในพรีเมียร์ลีก
ปัจจุบัน FSG ซื้อกิจการลิเวอร์พูลในปี 2010 ด้วยมูลค่าประมาณ 300 ล้านปอนด์ และพาสโมสรประสบความสำเร็จมากมาย ทั้งการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกปี 2020 และแชมป์ลีกครั้งล่าสุด รวมถึงแชมป์ยุโรปสมัยที่ 6 ในปี 2019 แม้ยังไม่มีข้อตกลงอย่างเป็นทางการ แต่ความเป็นไปได้ของการมีนักลงทุนรายใหม่ระดับโลกเข้ามาถือหุ้น ทำให้อนาคตทางธุรกิจของลิเวอร์พูล กลายเป็นหนึ่งในประเด็นที่น่าจับตามองที่สุดของพรีเมียร์ลีกในเวลานี้