ลิโอเนล เมสซี กองหน้าซูเปอร์สตาร์ของอินเตอร์ ไมอามี สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักเตะคนแรกในศึกเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ (MLS) ที่คว้ารางวัลดาวซัลโวสูงสุด หรือ “โกลเดน บูต” ได้สองฤดูกาลติดต่อกัน หลังทำไป 26 ประตู จากการลงสนาม 31 นัดในฤดูกาลนี้
เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 8 สมัย ทำประตูมากกว่า ปีเตอร์ มูซา กองหน้าของเอฟซี ดัลลัส อันดับ 2 อยู่ 4 ประตู และเหนือกว่า แซม เซอร์ริดจ์ หัวหอกชาวอังกฤษของแนชวิลล์ เอสซี อยู่ 5 ประตู
โดย เมสซี กลายเป็นนักเตะคนที่ 6 ในประวัติศาสตร์ MLS ที่คว้ารางวัลนี้ได้ถึง 2 ครั้ง ต่อจากกลุ่มผู้เล่นที่มีชื่อของ แบรดลีย์ ไรท์-ฟิลลิปส์ อดีตกองหน้าชาร์ลตัน แอธเลติก และเซาธ์แฮมป์ตัน
นอกจากผลงานการทำประตูแล้ว ดาวเตะวัย 39 ปี ยังทำอีก 17 แอสซิสต์ รวมมีส่วนร่วมกับการทำประตูถึง 43 ครั้ง มากที่สุดของลีกเป็นฤดูกาลที่สองติดต่อกัน
เมสซี ยังมีโอกาสสร้างประวัติศาสตร์เพิ่มเติม ด้วยการลุ้นคว้ารางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าแห่งปีของ MLS หรือ แลนดอน โดโนแวน เอ็มวีพี เป็นสมัยที่ 3 หลังเคยได้รับรางวัลในปี 2024 และ 2025
อย่างไรก็ตาม อินเตอร์ ไมอามี ไม่สามารถจบฤดูกาลด้วยตำแหน่งแชมป์สายตะวันออก โดยมีคะแนนตามหลังแนชวิลล์ของเซอร์ริดจ์ถึง 17 คะแนน ทำให้ต้องลงเล่นรอบแรกของศึก MLS Cup เพลย์ออฟ พบกับ โคลัมบัส ครูว์ ในระบบ 3 นัด ซึ่งจะเริ่มแข่งขันในช่วงปลายเดือนนี้