GLO STAR 2026 ประกาศ 6 แข้งเยาวชนตัวแทนประเทศไทย ได้โอกาสบินฝึกฟุตบอลกับ “อวิสป้า ฟุกุโอกะ” เป็นเวลา 6 เดือน
เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2569 สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ร่วมกับมูลนิธิพัฒนาฟุตบอลไทย เดินทางมาถึงบทสรุปของโครงการ GLO STAR 2026 ภายใต้การแข่งขัน GLO Cup 2026 หลังนักฟุตบอลเยาวชนฝีเท้าดีจากทั่วประเทศทั้งรุ่นอายุไม่เกิน 13 ปี และรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี จำนวน 30 คน ผ่านกระบวนการเก็บตัวและพัฒนาศักยภาพใน GLO STAR Camp เป็นเวลา 14 วัน ก่อนเข้าสู่การคัดเลือกครั้งสุดท้ายเพื่อค้นหา 6 คน (รุ่นละ 3 คน) ที่จะได้รับโอกาสเดินทางไปฝึกฟุตบอลกับ อวิสป้า ฟุกุโอกะ ทีมชั้นนำแห่งเจลีก ประเทศญี่ปุ่น เป็นเวลา 6 เดือน
การประกาศรายชื่อ 6 คนสุดท้ายครั้งนี้ นาวาอากาศเอก ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ประธานกรรมการมูลนิธิพัฒนาฟุตบอลไทย และ นาวาอากาศเอก ส่งเสริม มาเพิ่ม กรรมการและเลขานุการมูลนิธิพัฒนาฟุตบอลไทย ร่วมเป็นผู้ประกาศรายชื่อ พร้อมด้วย ยูสุเกะ อิกิ ผู้อำนวยการอะคาเดมี่ อวิสป้า ฟุกุโอกะ ที่เดินทางมาร่วมติดตามกระบวนการคัดเลือกและร่วมแสดงความยินดีกับนักเตะที่ได้รับโอกาสครั้งสำคัญ
จากเด็กเยาวชน 30 คนที่ผ่านการแข่งขันและคัดเลือกจาก 7 ภูมิภาคทั่วประเทศ ในรายการ GLO Cup 2026 ก่อนเข้าสู่ GLO STAR Camp ทุกคนต้องผ่านการฝึกซ้อม การประเมิน และการใช้ชีวิตร่วมกันตลอดระยะเวลา 14 วัน เพื่อให้คณะกรรมการได้เห็นทั้งศักยภาพด้านฟุตบอล รวมถึงพัฒนาการ ทัศนคติ วินัย ความรับผิดชอบ และความสามารถในการเรียนรู้ ท้ายที่สุด คณะกรรมการได้คัดเลือกนักเตะเหลือเพียง 6 คนสุดท้าย แบ่งเป็นรุ่น U13 จำนวน 3 คน และรุ่น U15 จำนวน 3 คน เพื่อก้าวเข้าสู่บทต่อไปของเส้นทาง GLO STAR
สำหรับ 6 นักเตะเยาวชน GLO STAR 2026 ผู้คว้าโอกาสเดินทางไปญี่ปุ่น
รุ่นอายุไม่เกิน 13 ปี (U13)
พชร โอชารส (บ้านเก่าวิทยา)
ลูคัส จอห์น โฮมเมอร์ (พระแม่มารีสาทร)
ภัคพล ศรีปัดถา (ใจฟ้าอคาเดมี)
รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี (U15)
ณัฐวัฒน์ แดนกาไสย ( หนองบัวพิชญ เอฟซี)
วรากร รินทะชัย (พระแม่มารีสาทร)
ปกรณ์ บุญทา (รร.กีฬาเทศบาลนครนครสวรรค์)

“เดอะตุ๊ก” นาวาอากาศเอก ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน เปิดเผยว่า การคัดเลือกครั้งนี้เป็นหนึ่งในขั้นตอนที่ยากที่สุด เพราะนักเตะทั้ง 30 คนต่างมีศักยภาพและจุดเด่นที่แตกต่างกัน ขณะที่ตลอดระยะเวลา 14 วัน คณะกรรมการได้เห็นพัฒนาการของเด็กทุกคนอย่างใกล้ชิด
“ต้องบอกว่าการเลือก 6 คนสุดท้ายยากมาก เพราะเด็กทั้ง 30 คนที่เข้ามาอยู่ในแคมป์ ทุกคนมีความสามารถและผ่านการคัดเลือกมาจากทั่วประเทศ เราเห็นทั้งจุดแข็ง จุดที่ต้องพัฒนา และพัฒนาการของแต่ละคนตลอด 14 วันที่ผ่านมา”
“เราไม่ได้ดูว่าใครเล่นเก่งที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่เราดูว่าใครมีศักยภาพที่จะพัฒนาต่อไปได้อีก ใครรับคำแนะนำได้ ใครมีทัศนคติที่ดี มีวินัย และพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ”
“เดอะตุ๊ก” ยังกล่าวถึงความสำคัญของโอกาสที่เด็กทั้ง 6 คนกำลังจะได้รับว่า การเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นเป็นมากกว่าการไปฝึกฟุตบอล แต่เป็นประสบการณ์ที่จะเปิดโลกให้กับนักฟุตบอลเยาวชนทั้งในเรื่องฟุตบอลและการใช้ชีวิต
“การไปญี่ปุ่น 6 เดือนไม่ใช่แค่เรื่องของฟุตบอล เด็กจะต้องไปเจอกับสภาพแวดล้อมใหม่ ภาษา วัฒนธรรม วิธีการฝึกซ้อม และการใช้ชีวิตด้วย ดังนั้นเราต้องเลือกเด็กที่มีความพร้อมที่จะเรียนรู้และปรับตัวไปพร้อมกับการพัฒนาฝีเท้า”

พร้อมกันนี้ “เดอะตุ๊ก” ยังฝากถึงนักเตะอีก 24 คนที่ไม่ได้รับเลือกให้เดินทางไปญี่ปุ่นว่า การไม่ได้เป็นหนึ่งใน 6 คนสุดท้ายไม่ได้หมายความว่าเส้นทางฟุตบอลของพวกเขาจะสิ้นสุดลง
“ผมอยากบอกเด็กทั้ง 30 คนว่า ทุกคนมาถึงตรงนี้ได้เพราะมีความสามารถ และทุกคนมีคุณค่าในเส้นทางของตัวเอง วันนี้เราต้องเลือก 6 คนสำหรับโอกาสครั้งนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าอีก 24 คนจะหมดโอกาส”
“ฟุตบอลยังมีอีกหลายสนาม อีกหลายการแข่งขัน และอีกหลายโอกาสรออยู่ ขอให้ทุกคนอย่าหยุดพัฒนา อย่าหยุดฝัน และเดินหน้าต่อไป”
ตลอดระยะเวลา 14 วันที่ผ่านมา GLO STAR Camp จึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่เก็บตัวเพื่อคัดเลือกนักฟุตบอล 6 คน แต่เป็นพื้นที่ที่เด็กทั้ง 30 คนได้เรียนรู้การฝึกซ้อมอย่างเป็นระบบ การอยู่ร่วมกับผู้อื่น การรับผิดชอบต่อตัวเอง และการก้าวออกจากพื้นที่คุ้นเคยเพื่อพิสูจน์ศักยภาพของตัวเอง
สำหรับ 6 แข้ง GLO STAR 2026 จะออกเดินทางสู่ประเทศญี่ปุ่นในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ เพื่อเข้าร่วมการฝึกซ้อมและพัฒนาศักยภาพกับ อวิสป้า ฟุกุโอกะ สโมสรชั้นนำแห่งเจลีก เป็นเวลา 6 เดือน