ย้อนกลับไปในปี 2016 ลิโอเนล เมสซี เคยตัดสินใจประกาศอำลาทีมชาติอาร์เจนตินา หลังความผิดหวังจากการพ่ายให้ ชิลี ในรอบชิงชนะเลิศศึกโคปา อเมริกา ซึ่งเขายิงจุดโทษพลาด ส่งผลให้ อาร์เจนตินา พลาดแชมป์รายการใหญ่เป็นครั้งที่ 4 ในรอบ 9 ปี
ในเวลานั้น เมสซี ยอมรับว่าไม่สามารถรับมือกับความผิดหวังได้อีกต่อไป
“สำหรับผม ทีมชาติจบลงแล้ว ผมทำทุกอย่างที่ทำได้ มันเจ็บปวดที่ไม่สามารถเป็นแชมป์ได้”
อย่างไรก็ตาม แทบไม่มีใครคาดคิดว่า 10 ปีต่อมา ก่อนวันเกิดอายุครบ 39 ปีเพียงสองวัน เขาจะยังคงลงเล่นให้กับ อาร์เจนตินา ในฐานะแชมป์โลกทีมปัจจุบัน และยังสร้างประวัติศาสตร์ขึ้นเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของฟุตบอลโลกอีกด้วย
การตัดสินใจกลับคำอำลาทีมชาติในครั้งนั้น กลายเป็นจุดเริ่มต้นของยุคทองสำหรับทั้ง เมสซี และ อาร์เจนตินา
ทัพ “ฟ้าขาว” คว้าแชมป์ โคปา อเมริกา ได้ 2 สมัยติดต่อกัน และในปี 2022 เมสซี ในฐานะกัปตันทีมยังพา อาร์เจนตินา คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกสมัยที่ 3 ของประเทศได้สำเร็จ โดยยิงไป 7 ประตู รวมถึง 2 ประตูในรอบชิงชนะเลิศ นำทีมคว้าแชมป์โลกครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1986
ล่าสุด เมสซี ยังคงเดินหน้าสร้างประวัติศาสตร์อย่างต่อเนื่อง เมื่อยิงคนเดียว 2 ประตู พา อาร์เจนตินา เอาชนะ ออสเตรีย 2-0 ในศึกฟุตบอลโลก 2026
วันดังกล่าวยังตรงกับวาระครบรอบ 40 ปีพอดี นับตั้งแต่ ดีเอโก มาราโดนา ยิงสองประตูในเกมรอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลโลก ที่ อาร์เจนตินา เอาชนะ อังกฤษ 2-1 เมื่อปี 1986
สตีฟ บาวเวอร์ ผู้บรรยายของ BBC กล่าวถึงผลงานครั้งล่าสุดของเมสซีว่าเป็น “อีกหนึ่งช่วงเวลาอมตะของเมสซี”
ขณะที่เจ้าตัวกล่าวหลังเกมว่า “ผมยังคงสนุกกับการเล่นฟุตบอลและมีความสุขในสนาม”
“พวกเรามีความสุขที่ได้เห็นแฟนบอลมีความสุขเช่นกัน และสามารถมอบความสุขแบบนี้ให้กับพวกเขาได้”
ณ เวลานี้ เมสซี ทำไปแล้ว18 ประตูในฟุตบอลโลก ซึ่งเป็นสถิติมากที่สุด แซงหน้า มิโรสลาฟ โคลเซ ของเยอรมนี ที่ทำไว้ 16 ประตู