Link Copied!

“นิว ฐิติพันธ์” x “นิว แบงค็อก ยูไนเต็ด” “Collab” กันเขย่าบัลลังก์แชมป์ไทยลีก

หาก “NEVER SAY NEVER” คือ สโลแกนฤดูกาลใหม่ของสโมสรทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด การย้ายทีมของ “นิว” ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ จากบีจี ปทุม ยูไนเต็ด มาสู่รัง “แข้งเทพ” แบบรวดเร็วจบภายใน 2 วัน ก็สามารถแปลเป็นคำไทยได้ว่า “อย่าบอกว่าเป็นไปไม่ได้”

เหตุแห่งการอำลา

เดิมทีไม่มีท่าทีเลยว่า กองกลางทีมชาติไทยชุดคัดฟุตบอลโลก 2022 จะมีอันต้องลาถิ่นลีโอ สเตเดียม เพราะถือว่าเป็นขุนพลตัวหลักในทีมชุดแชมป์ลีกประวัติศาสตร์ของ “โค้ชโอ่ง” ดุสิต เฉลิมแสน มาโดยตลอด ลงเล่นในลีก 23 นัด ทำไป 3 ประตู แถมเริ่มฤดูกาลใหม่นี้ยังเป็นผู้เล่นคนสำคัญของ ออเรลิโอ วิดมาร์ กุนซือป้ายแดง ที่ส่งเจ้าของเสื้อหมายเลข 8 ลงสนามถึง 5 จาก 6 เกมในฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม จนสโมสรทะลุเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ได้สำเร็จ

ดูเหมือนจะยังไม่มีปัญหาใดๆ ทั้งเรื่องการไม่ได้ลงสนาม โค้ชไม่ใช้งาน ฟอร์มตก หรือเรื่องอาการบาดเจ็บ ที่จะทำให้รองกัปตันย้ายออกจากถิ่นลีโอ สเตเดียม ที่เขาเพิ่งจะช่วยทีมได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เห็นความสำเร็จเป็นรูปธรรมเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา

แต่การลาทีมครั้งนี้เกิดจากสัญญาฉบับใหม่ของฐิติพันธ์ กับ “กระต่ายแก้ว” ไม่สามารถเจรจาหาจุดที่ลงตัวกันได้ โดยเฉพาะเรื่องค่าเหนื่อย อีกทั้งบีจีก็รู้ดีจนเริ่มหาผู้เล่นมาทดแทนแล้ว ประกอบกับสัญญาฉบับเดิม 4 ปี ก็กำลังจะหมดลงตอนสิ้นปีนี้

ทำให้ “นิว” มีสถานะเป็นนักเตะ “บอสแมน” ที่สามารถย้ายทีมได้แบบไม่มีค่าตัวเมื่อสิ้นสุดปี 2021 และสามารถเปิดเจรจากับทีมใดก็ได้ ซึ่งเดิมทีมีบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และการท่าเรือ เอฟซี แอบมองมิดฟิลด์รายนี้อยู่เหมือนกัน แต่เป็น ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่พร้อมมากกว่า และได้ลายเซ็นของเจ้านิวไปในรูปแบบการยืมตัวจนถึงสิ้นปี 2021 จากนั้นเจ้าตัวจะอยู่ต่อเนื่องกับทีม “แข้งเทพ” ไปอีก 3 ปีครึ่ง จนถึงสิ้นสุดฤดูกาล 2024/25

“นิว ฐิติพันธ์” กับ “นิว แบงค็อก ยูไนเต็ด”

ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ได้ประกาศแต่งตั้ง “โค้ชแบน” ธชตวัน ศรีปาน เข้ามาคุมทีมเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เพื่อหวังให้สร้างทีมใหม่ เป็น “นิว แบงค็อก ยูไนเต็ด” ในเวอร์ชั่นของโค้ชแบน หลังจากเวอร์ชั่น 6 ปีของ มาโน โพลกิง กุนซือบราซิเลียน เล่นบอลสนุกจริง ยิงกระจาย แต่ไร้ถ้วยรางวัลใดๆ

ซีซั่นที่ผ่านมาถือเป็นการทดลองระบบ ลองทีม หาผู้เล่นที่เหมาะสมกับแผนการเล่นที่โค้ชแบนชื่นชอบ จนสุดท้ายเริ่มจะได้ทีมที่ลงตัว ขยับมาจบอันดับ 5 ของตาราง แถมยังทะลุไปถึงรอบรองชนะเลิศศึกช้าง เอฟเอคัพ แม้ตัวเลขจะยังไม่น่าพอใจนัก แต่ผลงานของทีมกำลังไปในทิศทางที่ดี

เมื่อได้ฐิติพันธ์เข้ามา เขาจะมาเป็นผู้นำคนใหม่ในแผงกลางของทีมแข้งเทพ หลัง ฮาจิเมะ โฮโซไก, สรรวัชญ์ เดชมิตร และ แอนโทนี เพ็ชร อำไพพิทักษ์วงศ์ ลาทีมไป ทำให้แดนกลางอ่อนยวบ ดังนั้นการดึง “นิว” เข้ามา ถือเป็นการตอบโจทย์ที่ “ถูกทุกข้อ” ของสโมสร

ด้วยสไตล์การเล่นแบบไดนาโม พลังไม่มีหมด แย่งบอลเก่ง ปะทะดี และยังเติมเข้าไปยิงประตูได้ ดาวเตะที่เคยค้าแข้งในเจลีกมาแล้วจะมาเดินเกมร่วมกับ วิศรุต อิ่มอุระ, ปกเกล้า อนันต์ และ ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร เพื่อป้อนบอลไปยัง วานเดอร์ หลุยซ์, เฮแบร์ตี้ และ ณัฐวุฒิ สุขสุ่ม ได้จบสกอร์

อีกทั้งการดึงจอมทัพวัย 27 ปีเข้ามา ยังเป็นสื่อแสดงให้เห็นว่า ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ยังต้องการทีมที่ดีและใหญ่พอจะลุ้นแชมป์ลีกอยู่ เพราะสโมสรยังไม่หยุดดึงนักเตะชื่อดังและฝีเท้าดีมาร่วมทัพ

“แข้งเทพ” มุ่งหน้าสู่แชมป์ไทยลีก

นับตั้งแต่เปลี่ยนชื่อทีมมาจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพในปี 2009 แบงค็อก ยูไนเต็ด ใกล้เคียงกับการเถลิงบัลลังก์แชมป์ลีก 2 ครั้ง คือ ในปี 2016 และ 2018 ที่ได้เป็นพระรอง และสโมสรก็ไม่ประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์รายการเมเจอร์ใดๆ มากว่า 14 ปีแล้ว ซึ่งฐิติพันธ์รู้ดี

เจ้าตัวกล่าวในการเปิดตัวกับทีมใหม่ด้วยแววตามุ่งมั่นว่า ดีใจและตื่นเต้นกับความท้าทายครั้งใหม่ในอาชีพการค้าแข้ง จากนี้ไปสิ่งแรกที่ต้องทำคือ ต้องซึมซับและปรับตัวเข้ากับทีมให้ได้เร็วที่สุด เพราะทีมมีระบบการเล่นที่ดีอยู่แล้ว และมีนักเตะที่อยู่ด้วยกันมานาน ต้องทำงานหนักเพื่อให้ตัวเองมีความพร้อมที่สุดสำหรับฤดูกาลใหม่

“ทรู แบงค็อก เป็นทีมใหญ่ และยังไม่เคยคว้าแชมป์รายการใดๆ เลย ดังนั้นผมย้ายมาที่นี่ ก็อยากจะมีส่วนในการพาสโมสรประสบความสำเร็จครับ”

“นิว” เคยร่วมงานกับ “โค้ชแบน” มาแล้วสมัยที่อยู่กับเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ในชุดแชมป์ลีกปี 2016 แม้จะเป็นระยะเวลาไม่นาน แต่เขาก็ประทับใจแนวทางการทำทีมของ “สุภาพบุรุษลูกหนัง” ด้วยความเป็นโค้ชที่มีสไตล์การเล่นแบบสมัยใหม่ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ฐิติพันธ์ตัดสินใจย้ายมาค้าแข้งในถิ่นทรู สเตเดียม

ระบบ 4-3-3 ของโค้ชแบน มีโกลที่ไว้ใจได้อย่าง ไมเคิล ฟาลเคสการ์ด กองหลังประสบการณ์สูงระดับตัวทีมชาติ แบ็กขวา ทริสตอง โด แบ็กซ้าย พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา คู่เซ็นเตอร์เป็น เอฟเวอร์ตัน และ มานูเอล ทอม เบียห์ร ขยับมาตรงกลางมีฐิติพันธ์เป็นจอมทัพ ปั้นเกมร่วมกับปกเกล้า มีวิศรุตคอยเก็บกวาดหน้าแนวรับ แดนหน้า 3 ประสาน วานเดอร์ หลุยซ์, เฮแบร์ตี้ และ ณัฐวุฒิ สุขสุ่ม รวมถึงยังมีกองหน้าตัวใหม่ แอนโธนี คาร์เตอร์ จากออสเตรเลีย มาเป็นตัวทีเด็ด

หลังจากที่วนเวียนจบท็อป 5 มา 6 ซีซั่นติดต่อกัน

“อย่าบอกว่าเป็นไปไม่ได้” หากทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด จะขยับจากที่ 5 ไปเขย่าบัลลังก์แชมป์ไทยลีกซีซั่นนี้

อัพเดตเรื่องราวเกี่ยวกับกีฬา ติดตาม PlayNowThailand.com ที่เฟสบุ๊คทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม

Total
0
Shares