Link Copied!

บทสรุป 18 เหรียญทองทัพไทยในเอเชียนเกมส์ 2026

เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 “ไอจิ-นาโกยา 2026” เดินทางมาถึงฉากสุดท้ายพิธีปิดการแข่งขัน บทสรุปของทัพนักกีฬาไทยคว้ามาได้ 18 เหรียญทอง ไปไล่ดูกันว่ามาจากกีฬาชนิดใดกันบ้าง?

1-2-3 : เทคบอลประเดิมคว้า 3 เหรียญทองแรก

เริ่มจากกีฬา “เทคบอล” ที่มีชิงชัยเป็นครั้งแรกในเอเชียนเกมส์ โดย ไทย ส่งทั้งหมด 3 ประเภท คือ คู่ชาย คู่หญิง และคู่ผสม ซึ่งตั้งเป้าคว้าทั้ง 3 เหรียญทอง และทำสำเร็จ

เริ่มจากประเภทคู่ผสม สุภาวดี วงศ์คำจันทร์ และ พักตร์พงษ์ เดชเจริญ ดีกรีแชมป์โลก ผ่านเข้ามาชิงกับ ยูอินะ ซากะโมโตะ และ อากิโนริ วาเสะ คู่เจ้าภาพ ญี่ปุ่น ผลปรากฏว่า เทคบอลคู่ผสมไทย เอาชนะไปได้ขาดลอย 2-0 เซต 12-4 และ 12-5 ประเดิมคว้าเหรียญทองแรกให้ทัพนักกีฬาไทย ในศึกเอเชียนเกมส์ 2026

ต่อด้วย ประเภทหญิงคู่ จุฑาทิพย์ กันทะธง กับ สุภาวดี วงศ์คำจันทร์ โชว์ฟอร์มสมราคาคู่มือ 1 ของโลก เอาชนะ เมียนมา ไปได้ขาดลอย 2-0 เซต 12-6 และ 12-3 คว้าเหรียญทองที่ 2 ให้กับทัพกีฬาไทย

ปิดท้ายในประเภทชายคู่ สรศักดิ์ เทาศิริ กับ พักตร์พงษ์ เดชเจริญ โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยม เอาชนะ เลบานอน ไปขาดลอย 2-0 เซต 12-7 และ 12-4 คว้าเหรียญทองที่ 3 ให้กับทัพกีฬาไทยได้ตามเป้า

4 : กัญจุฑา สร้างประวัติศาสตร์คว้าทอง MMA

เหรียญทองที่ 4 ของทัพนักกีฬาไทยได้มาจากกีฬาศิลปะการต่อสู้ Mixed Martial Arts หรือ MMA ที่มีการบรรจุในเอเชียนเกมส์เป็นครั้งแรกเช่นกัน

โดย “น้องแอมป์” กัญจุฑา ภัทรบุญซ่อน ในรุ่นโมเดิร์น 54 กก.หญิง ผ่านเข้ามาชิงชนะเลิศกับ ไดอานา โพโกเซียน คู่แข่งจากบาห์เรน

ผลปรากฏว่า ตลอดการแข่งขันทั้งสองยก กัญจุฑา ล็อกคู่แข่งได้อย่างยอดเยี่ยม และออกอาวุธทำแต้มได้เหนือกว่า เอาชนะไปได้ 3-0 คว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์ให้กีฬามิกซ์มาร์เชียลอาร์ตไทยในศึกเอเชียนเกมส์

5 : ขี่ม้าอีเวนติงทีมชายคว้าทองรอบ 28 ปี

เหรียญทองที่ 5 ของทัพไทยในเอเชียนเกมส์ 2026 ได้จาก ขี่ม้าอีเวนติ้ง ในประเภททีมชาย ซึ่งนักกีฬาไทย ประกอบด้วย กรธวัช สำราญ, พันตรี สุภาพ ขาวงาม, วรภัทร สิทธิจู และ วีรภัฏ ปฏิกานนท์ โชว์ฟอร์มบังคับม้าคู่ใจ ทำคะแนนรวมในการแข่งขันทั้ง 3 บททดสอบ ได้ 109.90 คะแนน เอาชนะเจ้าภาพ ญี่ปุ่น และ เกาหลีใต้ ได้สำเร็จ

ซึ่งนับเป็นเหรียญประวัติศาสตร์ในรอบ 28 ปี ของทีมขี่ม้าอีเวนติ้งของไทย หลังก่อนหน้านี้ ไทยเคยได้เหรียญทองประเภทนี้ ในเอเชียนเกมส์ 1998 ที่กรุงเทพฯ จาก เฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา, วิทัย ลายถมยา, ณกร กมลศิริ และ มานะ สอนกระโทก

6 : ตะกร้อทีมหญิงผงาดแชมป์ 5 สมัยซ้อน

เหรียญทองที่ 6 ได้จาก ตะกร้อทีมหญิง รอบชิงชนะเลิศ ไทย แชมป์เก่า พบกับ เกาหลีใต้ ผลปรากฏว่า สาวไทยเอาชนะไปได้แบบไม่ยากเย็น 2-0 คู่

ทีม A (นิภาภรณ์ สลุบพล, มัสยา ดวงศรี และวิไลวรรณ โคตรพรม) ชนะ 2-0 เซต 15-13, 15-5 ส่วนทีม B (แก้วใจ พุ่มสว่างแก้ว, อติกานต์ คงแก้ว, รัศมี ทองโสด) ชนะ 2-0 เซต เช่นกัน ด้วยสกอร์ 15-7 และ 15-6

ทำให้ ตะกร้อทีมหญิงไทย คว้าเหรียญทอง 5 สมัยติดต่อกัน และเป็นเหรียญทองสมัยที่ 7 ในมหกรรมเอเชียนเกมส์

7 : ภูริพลทุบสถิติ 100 ม.คว้าทองรอบ 48 ปี

มาถึงเหรียญทองที่ 7 ของไทย ได้มาจาก “เทพบิว” ภูริพล บุญสอน ผงาดคว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตรชาย ด้วยเวลา 9.90 วินาที ทำลายสถิติเอเชียนเกมส์และสถิติประเทศไทยที่เจ้าตัวเพิ่งสร้างขึ้นในรอบรองชนะเลิศ 9.91 วินาที

สำหรับเหรียญทองวิ่ง 100 เมตรชาย เอเชียนเกมส์ ครั้งล่าสุดต้องย้อนไปถึง 48 ปี ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 8 ที่กรุงเทพฯ เป็นเจ้าภาพ เมื่อปี 1978 โดย สุชาติ แจสุรภาพ คว้าเหรียญทองไปครองด้วยเวลา 10.44 วินาที

นอกจากนี้ เหรียญทองของ ภูริพล ยังเป็นเหรียญทองกรีฑาเอเชียนเกมส์ของไทยในรอบ 16 ปี นับตั้งแต่ทีมวิ่งผลัด 4×100 เมตรหญิง คว้าเหรียญทองเมื่อปี 2010

8 : จอชชัว พลิกคว้าทองวิ่ง 400 ม.คนแรก

หลังจากนั้นในการแข่งขัน วิ่ง 400 เมตรชาย จอชชัว โรเบิร์ต แอทคินสัน ลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย วัย 23 ปี ระเบิดพลังสปีดในรอบชิงชนะเลิศ แซงในช่วง 20 เมตรสุดท้าย พุ่งเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 44.90 วินาที คว้าเหรียญทองมาครองแบบสุดระทึก โดยเฉือนชนะ สุไลมาน อับอุลราห์มาน จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่คว้าเหรียญเงิน เพียง 0.09 วินาที นับเป็นเหรียญทองเหรียญที่ 8 ของทัพไทย

นอกจากนั้น เหรียญนี้ยังนับเป็น เหรียญเอเชียนเกมส์เหรียญแรกในชีวิตของจอชชัว และยังทำให้เขากลายเป็น นักกรีฑาชายไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ที่คว้าเหรียญทอง 400 เมตรชายในเอเชียนเกมส์ พร้อมพาไทยกลับมามีเหรียญในรายการนี้อีกครั้งในรอบ 32 ปี นับตั้งแต่ เอกธวัช สกุลจันทร์ คว้าเหรียญทองแดงในเอเชียนเกมส์ 1994 ที่ฮิโรชิมา

9 : ภูริพล คว้าทองที่ 2 ทุบสถิติวิ่ง 200 ม.

ส่วนเหรียญทองที่ 9 ได้มาจาก “บิว” ภูริพล บุญสอน ที่คว้าเหรียญทองเหรียญที่ 2 ให้กับตัวเอง ในการวิ่ง 200 เมตรชาย พร้อมทำลายสถิติเอเชียนเกมส์ได้อีกครั้ง

โดยรอบชิงชนะเลิศ ลมกรดหนุ่มไทยวัย 20 ปี ออกสตาร์ทจากลู่ที่ 7 ก่อนพุ่งทะยานนำโด่งเข้าเส้นชัยคนแรก คว้าเหรียญทองด้วยเวลา 19.88 วินาที พร้อมทำลายสถิติเอเชียนเกมส์ของตัวเองที่เพิ่งทำไว้ในรอบรองชนะเลิศ 20.10 วินาที

นอกจากนี้ ยังเป็นการคว้าเหรียญทองวิ่ง 200 เมตรชายเอเชียนเกมส์ของไทยอีกครั้งในรอบ 52 ปี นับตั้งแต่ อาณัติ รัตนพล เคยคว้าแชมป์รายการนี้เมื่อปี 1974

10 : ตะกร้อทีมเดี่ยวชายดับแค้นมาเลย์ซิวทอง

มาถึงเหรียญทองที่ 10 ได้จาก เซปักตะกร้อทีมเดี่ยวชาย หลังจากก่อนหน้านี้ เพิ่งเสียแชมป์ทีมชุดที่ครองตำแหน่งมาอย่างยาวนาน 28 ปี หรือ 7 สมัยซ้อน ให้กับคู่ปรับตลอดกาลอย่าง มาเลเซีย ในนัดชิง 0-2 ทีม

แต่นัดชิงฯทีมเดี่ยวชาย ไทยถอนแค้นได้สำเร็จ หลังเอาชนะไปได้ 2-0 เซต 15-9 และ 15-8 ทำให้ ตะกร้อทีมเดี่ยวชายไทย เพิ่มสถิติคว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์มากที่สุดเป็นสมัยที่ 7 ส่วน มาเลเซีย จบรองแชมป์ 2 ครั้งติดต่อกัน และสถิติแชมป์ยังอยู่ที่ 3 สมัย

11 : อีสปอร์ตสร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทอง

ต่อกันที่เหรียญทองเหรียญที่ 11 ได้จากกีฬาอีสปอร์ต ในเกม PUBG Mobile

ทีมชาติไทย ประกอบด้วย ณัฐวุฒิ หมื่นสา, สาธิต ถนอมจิตน์, ภูมิรพี วรรณเลิศสกุล, ศุภชัย สิงห์แก้ว และ ปวริศ วงศ์ทองหัสชัย เล่นได้อย่างยอดเยี่ยม ก่อนจบการแข่งขันครบ 12 รอบ คว้าเหรียญทองไปครองได้สำเร็จ จากการทำ 128 คะแนน ชนะแชมป์เก่า จีน ที่ได้เหรียญเงิน 114 คะแนน และเหรียญทองแดง ปากีสถาน 100 คะแนน

เหรียญทองนี้นับเป็นเหรียญแรกของทัพ อีสปอร์ตไทย ในเอเชียนเกมส์ หลังจากก่อนหน้านี้คว้าเหรียญเงิน จากเกม NARAKA: BLADEPOINT และเหรียญทองแดงจาก ธนรักษ์ วงษ์กิติคุณ ในเกม Puyo Puyo Champions

12 : กุลวุฒิคว้าทองประวัติศาสตร์แบดชายเดี่ยว

เหรียญทองที่ 12 เป็นเหรียญที่รอคอยของแบดมินตันไทย จาก “วิว” กุลวุฒิ วิทิตศานต์

ในรอบชิงชนะเลิศ ชายเดี่ยว “วิว” มือ 2 ของโลก ดีกรีเหรียญเงิน โอลิมปิกเกมส์ 2024 ผ่านเข้ามาชิงชนะเลิศพบกับ โลว เคียนยิว มืออันดับ 13 ของโลกจากสิงคโปร์ ก่อนตบเอาชนะไปได้ขาดลอย 2 เกมรวด 21-12 และ 21-16

ส่งผลให้ “วิว” เป็นนักแบดมินตันชายเดี่ยวคนแรกของไทยที่ได้เหรียญทองเอเชียนเกมส์ นับตั้งแต่มีแข่งขันครั้งแรกเมื่อปี 1962 และเป็นเหรียญทองที่ 2 ของแบดมินตันไทยในเอเชียนเกมส์ ต่อจากทีมชาย ที่เคยทำได้ในเอเชียนเกมส์ 1966 ที่กรุงเทพฯ

13 : โซเฟีย คว้าทองเรือใบพร้อมตั๋วไปอลป.

เหรียญทองที่ 13 ได้มาจากกีฬาเรือใบ ประเภท ILCA 6 จาก โซเฟีย เกล มอนโกเมอรี่ นักกีฬาสาวลูกครึ่งไทย-อเมริกา วัย 23 ปี โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่รอบควอลิฟายทั้ง 9 เรซ ต่อด้วยรอบสุดท้าย 2 เรซ ทำแต้มเสียรวม 26 คะแนน น้อยที่สุด คว้าเหรียญทองไปครอง ส่วนเหรียญเงินเป็นนักกีฬาสิงคโปร์ และทองแดงเป็นของอินเดีย

นอกจากจะคว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์มาครองได้แล้ว โซเฟีย ยังคว้าตั๋วผ่านเข้าไปแข่งขันในโอลิมปิกเกมส์ 2028 ที่ลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา หลังเคยสร้างประวัติศาสตร์เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมแข่งขันในโอลิมปิก ปารีส 2024 มาแล้ว

14 : วอลเลย์บอลชายหาดหญิงซิวทองรอบ 28 ปี

เหรียญทองที่ 14 ได้จาก “ไบร์ท” ธาราวดี นาราพรลภัส และ “เบส” วรพีรชยากร ก้องภพศรุตาวดี ในการแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาดหญิง หลังพลิกเอาชนะ จีน แชมป์ 6 สมัยติด ที่มี หยาง ซู่ และ เซียะ ซินอี้ ลงชิงชัย ไปได้ 2-1 เซต 21-17, 13-21, 15-8

ส่งผลให้คู่ “ไบร์ท-เบส” ผงาดคว้าเหรียญทองได้สำเร็จ และเป็นเหรียญทองวอลเลย์บอลชายหาดของไทยในรอบ 28 ปี ต่อจากคู่ของ มนัสนันท์ แพงขะ และ รัตนาภรณ์ อาลัยสุข ที่เคยคว้าเหรียญทองจากการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 1998 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ

15 : ณัฐนิชาสร้างประวัติศาสตร์คว้าทองมวยหญิง

เหรียญทองที่ 15 ได้จากมวยสากลสมัครเล่นหญิง “น้องโฟกัส” ณัฐนิชา จงโปร่งกลาง ใน รุ่น 54 ก.ก. นักชกสาวลูกครึ่งไทย-นิวซีแลนด์ วัย 22 ปี ผ่านเข้ามาชิงชนะเลิศพบกับ พัง ชอล มี แชมป์เก่าจากเกาหลีเหนือ

ผลการชก 2 ยกแรกสู้กันสูสีจนต้องตัดสินกันในยกสุดท้าย ก่อนที่ “น้องโฟกัส” จะเอาชนะคะแนนไป 4-1 เสียง สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองมวยสากลสมัครเล่นหญิงคนแรกของไทยในเอเชียนเกมส์ได้สำเร็จ

สำหรับผลงานของ “น้องโฟกัส” ก่อนหน้านี้ เคยคว้าเหรียญทองชิงแชมป์เอเชีย ปี 2024, คว้าเหรียญทองซีเกมส์ 2025 ต่อด้วยคว้าแชมป์เอเชีย U22 ส่วนผลงานในปีนี้ คว้าแชมป์ไอนด์โฮเฟ่น บ๊อกซิ่ง คัพ ที่เนเธอร์แลนด์ พร้อมรางวัลนักชกหญิงยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ จากนั้นได้เหรียญทองแดง เวิลด์ บ๊อกซิ่ง คัพ สเตจ 2 ที่จีน

16 : ปิ่นชนก คว้าเหรียญทองเรือใบ ILCA4

มาถึงเหรียญทองที่ 16 ได้จากผลงานอันยอดเยี่ยมของ “ปิ่นชนก คล้ายสมบูรณ์” นักกีฬาเรือใบวัย 16 ปี ที่คว้าเหรียญทองในการแข่งขันเรือใบหญิง ประเภท ILCA 4 (ไอแอลซีเอ โฟร์)

ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นเหรียญทองที่ 2 ของทีมเรือใบไทย ต่อจาก “โซเฟีย เกล มอนโกเมอรี่” ที่ประเดิมเหรียญทองแรกให้ทัพเรือใบไปเมื่อวานนี้

17 : อรภา ปลดล็อกคว้าเหรียญทองให้ยูยิตสู

ต่อด้วยเหรียญทองเหรียญที่ 17 ได้มาจาก “ปุ๊ก” อรภา เสนาธรรม ในกีฬายูยิตสู ในรุ่นไม่เกิน 63 ก.ก.หญิง ฝ่าด่านเข้ารอบชิงชนะเลิศแบบคู่แข่งขอยอมแพ้ 3 ไฟต์รวด ก่อนเอาชนะ อเล็กซานเดรีย ลุซ เอ็นริเกซ จากฟิลิปปินส์ ในรอบชิงฯด้วยแต้มแอดเวนเทจ ปลดล็อกคว้าเหรียญทองให้กับยูยิตสูในเอเชียนเกมส์ 2026 ได้สำเร็จ

18 : บัลลังก์ ไม่พลาดทองเทควันโด 2 สมัยติด

ปิดท้ายเหรียญทองเหรียญที่ 18 ของทัพไทยในเอเชียนเกมส์ 2026 ได้มาจาก “หยู” บัลลังก์ ทับทิมแดง ดีกรีแชมป์โลกในกีฬาเทควันโด ลงชิงชัยในรุ่น 68 กิโลกรัมชาย ไม่ทำให้แฟนกีฬาชาวไทยผิดหวัง ฝ่าด่านเข้ารอบชิง ก่อนเอาชนะ มาห์ดี ฮาจีมูซาเออินาฟูตี จากอิหร่าน ไปได้ 2-0 ยก คว้าเหรียญทองเป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน หลังจากครั้งที่ 19 เมื่อปี 2023 ที่เมืองหางโจว ประเทศจีน เจ้าตัวคว้าเหรียญทองได้จากรุ่น 63 กิโลกรัมชาย

นอกจากนี้ ยังได้อีก 13 เหรียญเงิน 21 เหรียญทองแดง รวมเป็น 52 เหรียญ รั้งอันดับ 7 ของตารางสรุปเหรียญ ปิดฉากเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 “ไอจิ-นาโกยา 2026” อย่างยอดเยี่ยม

ภาพ : กองประชาสัมพันธ์ กกท.

Total
0
Shares