Link Copied!
อาณาจักรฟุตบอล Red Bull

อาณาจักรฟุตบอล Red Bull

Red Bull กำลังขยายอาณาจักรในวงการฟุตบอล ทีมฟุตบอลหลายทีมในหลายๆประเทศมีชื่อ Red Bull เอี่ยวอยู่ด้วย แล้วอะไรทำให้แบรนด์เครื่องดื่มชูกำลังหันมาลงทุนในกีฬาฟุตบอล

Hello test ตอนที่เดินทางมาประเทศไทย ดีทริช เมเทสซิทส์ ถูกอาการเจ็ตแล็กเล่นงาน ทำให้เขาได้ลองดื่ม “กระทิงแดง” เป็นครั้งแรก ด้วยความที่เป็นนักธุรกิจ ชายชาวออสเตรียเลยเกิดไอเดียที่จะนำกระทิงแดงออกสู่ตลาดโลก โดยร่วมกับคุณเฉลียว อยู่วิทยา ก่อตั้งบริษัท อาณาจักรฟุตบอล Red Bull GmbH เพื่อผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มชูกำลังชื่อดังของไทยในปี 1987 โดยมีการปรับปรุงสูตรเพื่อให้เหมาะกับต่อมรับรสของชาวตะวันตก จากนั้น Red Bull ก็ถือกำเนิดขึ้น และกลายเป็นเอนเนอร์จีดริงก์ที่ขายดีที่สุดในโลก โดยในปี 2019 ขายได้มากถึง 7,500 ล้านกระป๋อง

ในยุค 90 นั้นการตลาดของเรดบูลล์เน้นไปที่คนหนุ่มที่สนใจในกีฬาท้าความตายอย่างเอ็กซ์ตรีม สปอร์ต ไล่มาตั้งแต่กระโดดหน้าผา ปีนเขา ขับเครื่องบิน รถแข่ง สเกตบอร์ด จักรยานภูเขา เริ่มจากการโฆษณาผ่านตัวนักกีฬา สนับสนุนการจัดการแข่งขัน จากนั้นกลายมาเป็นเจ้าของงานแข่งขันกีฬาต่างๆ เอง แล้วค่อยๆ แตกกิ่งก้านสาขาเข้ามาสู่ธุรกิจกีฬาอย่างเต็มตัว มาถึงตอนนี้เรดบูลล์มีเอี่ยวกับทีมกีฬา 15 ทีม กระจายไปใน 11 ชนิดกีฬา ไล่มาตั้งแต่ทีมสเกตบอร์ด, ทีมเรือใบ, ทีมฟอร์มูลาวัน, ทีมไอซ์ฮอกกี้ มาจนถึงทีมฟุตบอล ซึ่งมีมากถึง 5 ทีม ได้แก่ ไลป์ซิก ในเยอรมนี, นิวยอร์ก เรด บูลล์ ในสหรัฐอเมริกา, เรด บูลล์ บรากันติโน ในบราซิล, ซัลซ์บวร์ก และ เอฟซี ไลเฟอริง ในออสเตรีย 

สิ่งที่เรดบูลล์กำลังทำกับกีฬาฟุตบอลนั้นแตกต่างจากกีฬาชนิดอื่นๆ ที่พวกเขามีส่วนร่วม เพราะเบื้องหลังการลงทุนในกีฬาอื่นๆ นั้นเป็นส่วนหนึ่งของแผนการตลาดที่วางเอาไว้ เพื่อให้เครื่องดื่มชูกำลังยังสามารถขายได้ในเกือบ 200 ประเทศทั่วโลก และยังครองตำแหน่งแบรนด์อันดับหนึ่งในสินค้าประเภทนี้ แต่กับฟุตบอลแล้ว เรดบูลล์ลงทุนแบบมองหาผลกำไร เราจะเห็นว่าการสร้างเครือข่ายทีมฟุตบอลในหลายๆ ประเทศ จากออสเตรียไปเยอรมนี ไปสหรัฐอเมริกา ไปบราซิล ก็เพื่อสร้างความมั่นใจว่าพวกเขาจะค้นพบเพชรในตม หานักฟุตบอลอายุน้อยฝีเท้าดี นำมาดูแล ปลุกปั้น และขายออกไป ไม่ต่างจากสายงานการผลิต เช่นในกรณีของ เออร์ลิง ฮาแลนด์ และ โจชัว คิมมิช 

ก้าวแรกของการลงสู่ทุ่งหญ้าแห่งความฝันเริ่มต้นในปี 2005 เมื่อ Red Bull GmbH ซื้อสโมสรเอสวี ซัลซ์บวร์ก ในออสเตรีย ซึ่งเป็นทีมที่อยู่ห่างจากสำนักงานใหญ่ของเรดบูลล์เพียง 24 กิโลเมตร หลังจากนั้นสโมสรเล็กๆ กลางตารางฟุตบอลลีกออสเตรียก็เปลี่ยนชื่อเป็น เอฟซี เรด บูลล์ ซัลส์บวร์ก เจ้าของใหม่ใช้เงินลงทุนไปเยอะมากกับโครงสร้างพื้นฐานของทีม และการมองหาผู้เล่นฝีเท้าดี ซึ่งก็เห็นผลเมื่อทีมจบที่ 2 ของตารางคะแนนในซีซั่น 2005-06 ปีถัดมาพวกเขาก็คว้าแชมป์ฟุตบอลลีกออสเตรียมาครอง และกลายเป็นทีมเบอร์หนึ่งของออสเตรีย โดยตั้งแต่ปี 2013 สโมสรได้แชมป์ลีกในประเทศทุกปี

จากความสำเร็จระดับในระดับประเทศตัวเอง เรดบูลล์เริ่มมองหาตลาดที่ใหญ่กว่า เป้าหมายอยู่ที่สหรัฐอเมริกา เมื่อทุนมี แล้วจะช้าอยู่ใย พวกเขาเข้าซื้อทีมเมโทรสตาร์ แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น นิวยอร์ก เรด บูลล์ ทีมที่ตอนนั้นยังอยู่ระดับกลาง แต่ถูกจับมารีแบรนด์ เปลี่ยนชื่อ และลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งระบบการมองหาผู้เล่นฝีเท้าดีเข้าทีม เหมือนกันกับซัลซ์บวร์กเป๊ะๆ แต่ที่แปลกไปก็คือ พวกเขาเป็นทีมแรกใน MLS ของสหรัฐอเมริกาที่มีโปรแกรมทีมฟุตบอลเยาวชนซึ่งไม่มีค่าใช้จ่าย ทุกอย่างฟรีหมด นั่นทำให้เด็กๆ จากทั่วนิวยอร์กเดินทางมาทดสอบทักษะฟุตบอล ถ้าผ่านก็จะได้เข้าสู่โปรแกรม โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งผู้เล่นเหล่านั้นไปเล่นในทีมอื่นๆ ของเรดบูลล์ เช่น ไทเลอร์ อดัมส์ จากเด็กในโปรแกรมฟุตบอลเยาวชนของนิวยอร์ก ตอนนี้เขาเล่นอยู่ในบุนเดสลีกา เยอรมนีกับไลป์ซิก ทีมที่เป็นยอดมงกุฎของอาณาจักรฟุตบอลเรดบูลล์

.หลังจากที่ทำทีมระดับกลางตารางจนขึ้นมาเป็นทีมลุ้นแชมป์ได้แล้ว ถึงเวลาที่เรดบูลล์จะเดินหน้าเข้าสู่ลีกระดับท็อปของยุโรป และบุนเดสลีกาเยอรมันก็เหมาะสมทุกประการเมื่อดูจากภาษาและที่ตั้งของประเทศ เครื่องดื่มชูกำลังระดับโลกพยายามเข้าซื้อทีมในลีกสูงสุดของเมืองเบียร์มากมาย ทั้ง ฮัมบูร์ก, 1860 มิวนิก หรือฟอร์ทูนา ดุสเซลดอล์ฟ แต่ก็โดนประท้วงจากทั้งผู้บริหารทีม และบรรดาแฟนบอลซึ่งต่อต้านไอเดียที่บริษัทยักษ์ใหญ่จะเข้ามามีอำนาจควมคุมทีมรักของตัวเอง

เมื่อความหวังในการซื้อทีมใหญ่พังทลาย การมองหาตัวเลือกรองลงมาจึงเลี่ยงไม่ได้ เรดบูลล์ไปเจอทีมเล็กๆ ที่ชื่อว่า SSV Markranstädt ในหมู่บ้านที่อยู่ห่างจากเมืองไลป์ซิก 13 กิโลเมตร และที่สำคัญ ทีมท้องถิ่นเล็กๆ ทีมนี้ได้สิทธิ์เล่นใน Oberliga หรือลีกระดับ 5 ของฟุตบอลเยอรมัน ไม่กี่สัปดาห์ต่อมาเรดบูลล์ก็เข้าเป็นเจ้าของทีมจากหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้อย่างสมบูรณ์ 

ถ้าใครตามฟุตบอลเยอรมันคงจะรู้ดีว่า สโมสรฟุตบอลไม่สามารถตั้งหรือเปลี่ยนชื่อทีมโดยมีชื่อของบริษัท หรือชื่อแบรนด์อยู่ในชื่อทีมฟุตบอลได้ แล้วชื่อ RB Leipzig ตั้งมาได้อย่างไร??? อักษรย่อ RB ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง Red Bull แต่มาจากคำว่า RasenBallsport หรือแปลว่ากีฬาที่กลิ้งลูกบอลไปบนพื้นหญ้า สโมสรไลป์ซิกก่อตั้งอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 พฤษภาคม 2009 และหนทางในการไต่เต้าขึ้นมาสู่บุนเดสลีกาก็เริ่มต้นขึ้น ด้วยเงินลงทุนแบบใจถึงพึ่งได้ ความปรารถนาของเรดบูลล์ก็เป็นจริง เมื่อไลป์ซิกใช้เวลา 7 ปีพาตัวเองขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดของเมืองเบียร์ได้สำเร็จในฤดูกาล 2016-17 พร้อมทั้งทำสถิติไม่แพ้ใคร 13 นัด จบฤดูกาลแรกในบุนเดสลีกาด้วยการเป็นที่ 2 ของตารางคะแนน.

ฝันที่จะสร้างทีมฟุตบอลชั้นนำของยุโรปประสบความสำเร็จ ไลป์ซิกกลายเป็นยอดทีมของบุนเดสลีกาและยุโรป เงินที่ลงไปไม่สูญเปล่า และก็ถึงเวลาถอนทุนคืน เริ่มจากการนำผู้เล่นจากทีมสังกัด RB อื่นๆ ทั้งในออสเตรียและสหรัฐอเมริกามาเล่นในเยอรมนี หลังจากนั้นเมื่อนักฟุตบอลเริ่มทำผลงานได้ดี ก็ปล่อยขายให้กับทีมอื่นๆ เราจะเห็นว่าไลป์ซิกไม่ค่อยใช้เงินในการซื้อผู้เล่นเข้าทีมมากนัก หรือถ้าซื้อก็จะจ่ายให้กับทีมในสังกัดด้วยกัน เช่นซัลซ์บวร์ก และที่สำคัญผู้เล่นที่จะเข้ามาสู่ทีมต้องอายุน้อย ส่วนมากอายุอยู่ระหว่าง 18-22 ปี 

Read More

บอลนอกดูฟรีทีวีสะใจ…บอลทีมชาติไทยมีลิ้งค์มั้ยครับ?!

Read More

ได้เวลา “โค้ชโย่ง”

Read More

ก้าวสุดท้ายสู่บัลลังก์
3 สิ่งที่ ไทย ต้องระวัง!!!
‘อารมณ์ อาถรรพ์ อาฆาต’

Read More

FT. ฟุตซอลชายซีเกมส์

มาถึงจุดนี้การหานักฟุตบอลฝีเท้าดีในยุโรปไม่ใช่ปัญหา แล้วทวีปอื่นๆ ล่ะ แหล่งใหญ่ที่สุดคืออเมริกาใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบราซิล ทีมเรด บูลล์ บราซิล เป็นความพยายามแรกในแดนแซมบ้า แต่ด้วยปัญหานอกสนามมากมาย ทีมจำต้องปิดตัวลง จนในปี 2019 เรด บูลล์ลองอีกครั้งด้วยการเข้าซื้อทีมบรากันติโน ทีมเล็กๆ จากเซาเปาโล และแค่ปีแรกพวกเขาก็ได้แชมป์เซเรีย บี ลีกอันดับที่ 2 ของบราซิล และในปี 2020 เรด บูลล์ลงทุนมากขึ้น เพื่อแย่งตัวผู้เล่นมากพรสวรรค์มาจากซานโตสและพาลเมรัส 

จากองค์กรที่เคยได้ฉายาว่า บริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลกโดยมีผลิตภัณฑ์แค่อย่างเดียว เรดบูลล์กำลังลบภาพลักษณ์ดังกล่าว จากเครื่องดื่มชูกำลังเป็นทีมฟุตบอลและทีมกีฬามากมาย การสร้างอาณาจักรฟุตบอลของเรดบูลล์ไม่ใช่อารมณ์ชั่ววูบหรือเกาะกระแส แต่เป็นวิสัยทัศน์ รากฐานที่มั่นคง แผนการที่วางไว้ละเอียดรอบคอบ และมีเป้าหมายชัดเจน เรียกว่ามีเงินอย่างเดียวไม่พอต้องฉลาดด้วย นักฟุตบอลอย่าง เออร์ลิง ฮาแลนด์, ซาดิโอ มาเน, นาบี เกอิตา, โจชัว คิมมิช และ ติโม แวร์เนอร์ ล้วนแล้วแต่เป็นผลผลิตจากโรงงานฟุตบอลเรดบูลล์ทั้งนั้น และเชื่อได้เลยว่าเราจะได้เห็นนักฟุตบอลฝีเท้าดีจากการการขัดเกลาของเรดบูลล์อีกมากมายในอนาคตอันใกล้นี้ 

อัพเดตเรื่องราวเกี่ยวกับกีฬา ติดตาม PlayNowThailand.com ที่เฟสบุ๊ค, ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม

Total
1
Shares